การนวดคอที่ถูกวิธีสามารถช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด แต่หากถูกนวดโดยผู้ที่ขาดทักษะหรือใช้น้ำหนักมือมากเกินไป โดยเฉพาะบริเวณที่เปราะบาง อาจทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ เป็นลม หรือรุนแรงถึงขั้นเกิดภาวะสมองขาดเลือดเฉียบพลัน (ischemic stroke) ซึ่งเป็นการตายของเนื้อเยื่อสมองจากการขาดออกซิเจน
ห้ามนวดโดยตรงที่กระดูกคอ (กระดูกสันหลังส่วนคอ) หรือด้านหน้าของลำคอ
ฐานกะโหลก กล้ามเนื้อตามแนวกระดูกคอ และด้านข้างของคอ ควรนวดอย่างอ่อนโยนโดยใช้ปลายนิ้วเท่านั้น หลังนวดสามารถยืดกล้ามเนื้อด้านข้างคออย่างระมัดระวัง
อย่าไว้ใจให้ใครนวดคอโดยไม่มีความชำนาญ – อาจจบลงด้วยโศกนาฏกรรม!
มีกรณีตัวอย่างจากคุณหมอประสาทศัลยแพทย์ในเชียงใหม่ที่แชร์ผ่านเฟซบุ๊กว่า มีชายไทยอายุ 54 ปี มีอาการพูดไม่ได้และแขนขาขวาอ่อนแรง หลังสอบถามพบว่าเขาให้ภรรยานวดคอเพราะปวด เมื่อสแกนสมองพบว่าหลอดเลือดคาโรติด (carotid artery) ถูกทำลายอย่างรุนแรง เลือดไปเลี้ยงสมองซีกซ้ายไม่ได้ ทำให้เนื้อเยื่อสมองเสียหายอย่างมาก
ในเดือนธันวาคม 2567 ก็เกิดเหตุคล้ายกันกับนักร้องไทยวัย 20 ปี ที่เป็นอัมพาตนาน 1 เดือนและเสียชีวิตหลังรับการนวดที่มีการบิดคอ

วันนี้เราขออธิบายว่าทำไมนวดคอผิดวิธีจึงอันตรายมาก
ความเข้าใจเรื่องกายวิภาคมนุษย์และการหลีกเลี่ยงการทำลายหลอดเลือดที่บอบบางเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ใช่แค่สำหรับนักนวดมืออาชีพเท่านั้น แต่ลูกค้าก็ควรรู้ด้วย
1. หลอดเลือดแดงที่เลี้ยงสมอง
สมองได้รับเลือดจากหลอดเลือดแดง 4 เส้นหลัก:
หลอดเลือดแดงเวอร์ทีบรัล (vertebral arteries) 2 เส้น เดินผ่านช่องกระดูกคอ หากถูกกดชั่วคราวอาจทำให้เวียนศีรษะ ปวดหัว ประสานงานร่างกายผิดปกติ มองเห็นภาพซ้อน หน้ามืด หรือหมดสติ
หลอดเลือดแดงคาโรติด (carotid arteries) 2 เส้น ให้เลือดถึง 70–85% เดินอยู่ด้านข้างของคอ หากถูกกดอาจเกิดภาวะสมองขาดเลือดเฉียบพลันได้อย่างรวดเร็ว

2. หลอดเลือดเวอร์ทีบรัลเสียหายจากการนวดคอได้อย่างไร
1️⃣ กดแรงเกินไปที่ฐานกะโหลก
หลอดเลือดเวอร์ทีบรัลแตกแขนงหลังและใต้หู บริเวณฐานกะโหลก ซึ่งมีกล้ามเนื้อซับออกซิปิตอล (suboccipital) รองรับศีรษะและมักตึงจากการนั่งหน้าคอมหรือมือถือเป็นเวลานาน การยืดหรือกดแรงทันทีอาจทำให้กล้ามเนื้อเกร็ง กดทับหลอดเลือดจนเวียนศีรษะหรือเสียการทรงตัว

อนุญาต: นวดเบา ๆ ที่ฐานกะโหลกด้วยปลายนิ้ว หมุนวนหรือลูบเบา ๆ โดยให้ลูกค้านอนหงาย ศีรษะยกสูงเล็กน้อยหรือมีมือรองรับเพื่อให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย
ห้ามเด็ดขาด: กดแรงด้วยนิ้วหรือศอก หรือขยับศีรษะอย่างรวดเร็ว

2️⃣ การบิดคออย่างรวดเร็ว
บางคนชอบจบการนวดด้วยการบิดคอให้มีเสียงลั่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำโดยเด็ดขาด!
หลอดเลือดเวอร์ทีบรัลเดินผ่านช่องกระดูกคอที่แคบ การบิดหรือดึงคอแรง ๆ อาจกดหรือทำให้หลอดเลือดเสียหาย ในบางคน (7–30%) มีกระดูกพิเศษ (Kimmerle’s anomaly) ยิ่งเพิ่มความเสี่ยง

อนุญาต: ลูบเบา ๆ เคาะเบา ๆ หรือหมุนวนด้วยปลายนิ้วรอบกระดูกคอ เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อข้างเคียง เช่น trapezius, splenius
ห้ามเด็ดขาด: บิดหรือยืดคอ หรือกดแรง ๆ ลงบนกระดูกคอโดยตรง
3. หลอดเลือดคาโรติดเสียหายจากการนวดคอได้อย่างไร
การกดหลอดเลือดคาโรติดแรงเกินไปอาจทำให้สมองขาดออกซิเจน เกิดอาการเวียนศีรษะ หมดสติ หรือภาวะสมองขาดเลือดเฉียบพลัน
นอกจากนี้ ภายในผนังหลอดเลือดนี้มีตัวรับความดัน (baroreceptor) หากถูกกระตุ้นอาจทำให้ความดันโลหิตลดลงหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ ในกรณีรุนแรงอาจหยุดหายใจหรือเป็นลมได้
อันตรายที่สุดคือผู้สูงอายุหรือคนอ้วนที่มีคราบไขมันเกาะผนังหลอดเลือด (ลิ่มเลือด)
หากลิ่มเลือดในหลอดเลือดคาโรติดหลุดออก จะอุดตันการไหลเวียนของเลือดไปสมอง ทำให้เกิดอัมพาตหรือเสียชีวิตได้

กล้ามเนื้อ sternocleidomastoid เป็นกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านข้างคอ ช่วยพยุงศีรษะ หากตึงจากการก้มหน้าทำงาน นอนหมอนสูงผิดท่า หรือสะพายของหนักข้างเดียว อาจทำให้ปวดหัว คอแข็ง หรือปวดขากรรไกรได้ กล้ามเนื้อนี้ควรได้รับการนวดอย่างสม่ำเสมอ
อนุญาต: ลูบเบา ๆ ถูเบา ๆ หมุนวนด้วยปลายนิ้ว หรือหยิบกล้ามเนื้อเบา ๆ ระหว่างนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ หลังนวดสามารถยืดกล้ามเนื้อโดยเอียงศีรษะเบา ๆ
ห้ามเด็ดขาด: กดแรง ๆ บริเวณด้านข้างของคอ

4. ทำไมจึงไม่ควรนวดด้านหน้าของลำคอ
การนวดด้านหน้าคอ หรือที่เรียกว่า “นวดคอหอย” แทบไม่มีใครทำ เพราะเสี่ยงต่อการทำลายหลอดเลือดคาโรติด ต่อมไทรอยด์ (อาจกระตุ้นให้ฮอร์โมนผิดปกติ) หลอดลม หลอดอาหาร และต่อมน้ำเหลือง
สรุป:
การนวดคอควรทำโดยผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจโครงสร้างร่างกายและหลีกเลี่ยงจุดเสี่ยงต่าง ๆ การนวดผิดวิธีหรือใช้น้ำหนักมือมากเกินไปอาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงถึงชีวิตได้ กรุณาเลือกใช้บริการกับนักนวดมืออาชีพที่มีประสบการณ์และความรู้เท่านั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของคุณและคนที่คุณรัก
